2009/Oct/26

สิ่งที่น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือโชคชะตา มันมีจริงหรือปล่าว บางทีก็ยังสงสัย

ใครบอกว่าชะตาฟ้าเป็นแค่ 25% ในชีวิต ที่เหลือเราลิขิตเอง

ฉันมานั่งคิดๆดู เรื่องบางเรื่อง เราก็กำหนดเองไม่ได้จริงๆ

ทบทวนย้อนไปในความทรงจำ โชคชะตาเล่นงานฉันหลายครั้ง

ครั้งหนึ่งที่ฉันจำได้คือ เมื่อตอนเอ็นทรานซ์

ทั้งๆที่ตอนนั้นฉันอยากเรียน ม.เกษตรศาสตร์ ใจจะขาด แต่พ่ออยากให้เรียน ม.มหิดล

ฉันจึงเลือกตามใจพ่อไปอย่างนั้นเอง 1 อันดับ โดยจัดให้เป็นอันดับที่ 4

อันดับที่1 เลือกสัตวแพทย์เกษตร 2.เลือกสัตวแพทย์จุฬา 3.เลือกพันธุวิศวกรรมเกษตรศาสตร์ และ4.เลือกวิดยามหิดล

แต่ความเจ้ากรรมหรืออะไรไม่ทราบ ทำให้ฉันติดอันดับผิด มหิดลจึงมาอยู่อันดับที่ 3 ทั้งๆที่จริงๆคะแนนมันก็ถึงทั้งอันดับ 3 และ 4 แต่ก็ต้องติดอันดับ 3 (ส่วน 1 กับ 2 นั้น คะแนนขาดไป 7 กับ 3 คะแนนเท่านั้น แต่ก็เอาเหอะ เพราะให้ไปฆ่าหมา ก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน)

ส่วนแฟนสมัยเด็กของฉัน (ปัจจุบันเป็นเพื่อนกันไปแล้ว) ทั้งๆที่อยากเรียนจุฬา แต่เห็นฉันเลือกเกษตรศาสตร์จึงเลือกตาม 1 อันดับ

แล้วเค้าก็ต้องไปติดเกษตรศาสตร์ ส่วนฉันติดมหิดล ทำให้เราห่างกันไป

แรกๆเค้าก็มาทุกวัน จากเกษตรศาสตร์บางเขน นั่งรถมาดูฉันรับน้อง ฝึกเชียร์ลีดเดอร์ถึง 4-5 ทุ่ม ที่ศาลายา แต่เค้าก็มา ฉันเองเป็นฝ่ายรำคาญ เพราะช่วงนั้นมีรุ่นพี่หนุ่มๆมาชอบหลายคน ใจจึงอยากลองคบรุ่นพี่ดูบ้าง สุดท้ายจึงบอกเลิกกับเค้าไปคบรุ่นพี่วิศวะแทน แต่ก็ขำๆไป ในช่วงที่เรียนก็ไม่ได้คบจิงจังกับใครเลย

แต่ก็แอบสงสัยนะ ว่าทำไมต้องมาเรียนที่นี่ด้วย ไกลก็ไกล ต้องมาอยู่หอ หึ หึ อีกตะหาก (รึว่าเนื้อคู่เราจาเป็นหมอ) แต่ขอโทด ครึ่งคณะเป็นผู้หญิง ที่เหลือก็เป็นชายหน้าสวย หรือไม่ก็พวกคงแก่เรียนสุดๆไปเลย อิอิ

จบมหิดลมา เรียนวิดยามา 4 ปี แต่กลับต้องมาทำงานประกันภัย ลาออกจาบริษัทโฆษณาโอกิลวี่มาทำประกันซะงั้น เพราะติดแฟน แฟนลาออก เราก็ออกด้วย ส่วนบริษัทประกัน ก็มาสมัครเป็นเพื่อนแฟนแท้ๆเลย แต่เราดันได้ แฟนไม่ได้ซะงั้น

เอ้า..ทำประกันก็ได้ ความที่เป็นคนขี้เบื่อ แถมสมัครงานง่าย ที่ไหนให้เงินเดือนดี ก็ลาออก ย้ายไปเรื่อยๆ อัพเงินเดือน (สัก 3 บริษัทได้ DVS, BKI, TI) หรือยังไม่มีงานใหม่ทำ ก็ลาออก เหตุผลคือ เบื่อ!! มาอยู่บ้านเฉยๆก็ได้

พออยู่บ้านเฉยๆได้สัก 3 เดือนก็เบื่อ อยากทำงานอีก ทำให้ฉันต้องมาทำงานที่ scsmg ทั้งๆที่ไกลบ้านมาก เงินเดือนก็ให้มากกว่าที่เก่าแค่พันเดียวเอง แต่ช่วงนั้นไม่มีใครเรียก ขี้เกียจเดินสายสัมภาษณ์งาน บริษัทประกันใหญ่ๆ ก็ย้ายมาหมดแล้ว ก็เลยไปทำดู ทำเล่นๆ เบื่อก็ลาออก

ทำได้สัก 6 เดือน ก็อยากลาออกอีก ทำงานก็หนัก กลับบ้าน 4-5 ทุ่ม พ่อกับแม่ก็บอกให้ลาออก พ่อถึงขนาดจ้างให้ออก บอกว่าให้มาขับรถรับส่งพ่อเช้าเย็นก็ได้ถ้าเบื่อ จิงๆแล้วน่าจะลาออกตั้งแต่ตอนนั้น แต่ดันทิฐิอยากหางานใหม่ให้ได้ก่อน เลยทนทำต่อไป จนมาคบพี่หมีเข้าจนได้

จิงๆแล้วฉันกับพี่หมีเจอกันตั้งแต่ฉันทำงานที่นั่นได้ 2-3 วันเอง แต่ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย แค่คิดว่า พี่คนนี้น่ารักดี แต่ก็ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ ถ้าฉันลาออกซะตั้งแต่ 6 เดือนแรก เราก็คงไม่ได้คบกัน แล้วก็ไม่ต้องมาเป็นแบบนี้ ฉันก็แค่คิดว่า มันคือโชคชะตา ที่ฉันเฝ้าถามตัวเองมานาน ว่าทำไมฉันถึงไม่ได้งานอย่างอื่นทำซะที นอกจากงานบริษัทประกัน ทำไมฉันซึ่งจบวิดยามา ต้องมาทำประกันภัยด้วย

คำถามที่ถามมานาน คำตอบอาจจะเป็น เพราะฉัน ต้องมาเจอกับพี่หมี เพราะเราต้องมาเป็นอย่างนี้ มันคงเป็นเวรกรรม หรืออาจจะจะเคยทำบุญร่วมกันมาในอดีต ให้ต้องมาเป็นแบบนี้

ใครเป็นคนกำหนด ให้ฉันต้องมีลูกกับพี่หมี ทำไมฉันจึงต้องท้อง ในเวลาที่ตั้งใจจะเลิกกับพี่หมีอย่างที่สุด ทั้งๆที่คิดว่าทำใจได้แล้ว แต่ทำไมต้องท้องด้วย ทำให้เรื่องที่คิดว่าจะจบ มันก็ยังไม่จบ และก็ต้องค้างคามาจนถึงวันนี้ ถ้าโชคชะตามีจริง ฉันก็อยากจะทำวันนี้ เวลานี้ ที่เรายังมีกันอยู่ให้ดี ก็เพราะเค้าบอกว่า มันเป็น 75% ที่เหลือนะสิ คงไม่มีใคร อยากจะมีพ่อของลูกหลายๆคนหรอกนะคะ