สงกรานต์ปีนี้ น่าจะเป็นปีที่ดีกว่าปีก่อนๆมาก เพราะว่า ฉันได้ไปเที่ยวด้วย ซึ่งทุกๆปีฉันจะนอนอยู่ที่บ้าน
ปีนี้ฉันได้ไปกาญจนบุรี และ เชียงใหม่ กับค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 บาท
เราเดินทางกัน 5 คน พร้อมพาหนะคู่ใจ ป้าวิกกี้ (อีกแล้ว) ความจริงอยากเอาคุณพี่อิสเบลโล่ไป ถ้าไม่ติดว่า คุณแม่ขอยืม
5 คนของเรา มีฉัน คุณเพื่อนโมโม่ คุณพี่จั๊มปิ้ง คุณเพื่อนนูนู่(ไบ) และแฟนคุณเพื่อนคนใหม่ล่าสุดของแก๊งตูนนี่
การไปเป็นคู่ๆ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินและแปลกแยก การเดินทางไปกาญฯวันแรก ฉันยังตื่นเต้นอยู่ แต่พอตื่นขึ้นมาเช้าวันที่ 12 ฉันเผอิญไปเจอรายการเลี้ยงลูกเข้า ทำให้ฉันเศร้าซึมตลอด 2 วันที่เหลือ บ่ายวันนั้นเราไปเที่ยวน้ำตกไทรโยคน้อย และ ไทรโยคใหญ่มา ฉันยิ้ม พยายามร่าเริง แต่ในใจวนเวียนถึงลูก ฉันรู้สึกเสมอว่าฉันไม่ควรมีความสุขแบบนี้ เพราะลูกฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่ แต่ฉันเศร้ามากไม่ได้ เพราะกลัวเพื่อนๆหมดสนุก
พอวันที่ 13 เรามาถึงเชียงใหม่กันตอน 4 โมงเย็น หลังจากเอาสัมภาระไปไว้ที่บ้านคุณพี่จั๊มปิ้งแล้ว (บ้านใหญ่มากมาย แถมสวยสุดๆ เป็นบ้านที่มีโทรทัศน์มากที่สุดตั้งแต่ฉันเคยไปมา คือมีในห้องนอนทุกห้อง มีประมาณ 8 ห้อง เยอะมั๊ยคะ) เราก็ตรงดิ่งไปเล่นน้ำที่คูเมืองทันที เพราะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า หนุ่ม ม.ช. หล่อ มั่กมาก
เป็นจริงดังว่าค่ะ เราไปทันเวลาขบวนแห่พอดี สวยงามมาก และหนุ่มหล่อ สาวสวยมากๆ แถมเล่นกันน่ารักที่สุด เชียงใหม่น่ารักที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเห็นมาค่ะ ทุกคนถือถังเล็กๆคนละใบ ในถังจะมีขันน้อยอยู่ แล้วทุกคนก็จะตักน้ำขึ้นมาราดเราที่บ่า พร้อมพูดว่า "สวัสดี ปี๋ใหม่เจ้า" น่ารักที่สุดค่ะ มีคนเล่นแรงหน่อยก็น้ำเย็น แต่ไม่มีการลวนลามเลยค่ะ ชอบจริงๆ ฉันกับเพื่อนโมเปียกกันอยู่ 2 คนค่ะ เพื่อนๆที่เหลืออีก 3 ไม่ค่อยเปียก เพราะว่า เดินตามหลังเรา แล้วคนราดเค้าตักน้ำราดไม่ทัน อีก 3 คนที่เหลือตีปีกใหญ่เลย
ฉันกับเพื่อนโมอยากเห็นคูเมืองมากมาก ว่าเค้าเล่นกันยังไง พอไปถึงคูเมือง โอ้ น้ำสกปรกมากค่ะ คงเพราะมีคนลงไปแหวกว่าย ฉันกับเพื่อนโมรีบกลับตัววิ่งออกมา แต่ไม่ทัน มีหนุ่มๆแถวนั้นแอบเห็นเราหนี เลยวิ่งตามมา ถามว่า "จาหนีปายหนาย" พร้อมกับเอาน้ำคูเมืองสาดเราโครมเบ้อเร่อ ผลหรอคะ? สิวสิคะ สิวขึ้นหน้าเราค่ะ อีก 3 คนที่เหลือ หัวเราะกันยกใหญ่ ฮึ่ม!!!
เราเล่นน้ำเสร็จตอนเกือบ 1 ทุ่ม อาการจิตหลอนของฉันก็กำเริบอีก แต่พยายามนิ่งไว้ เราซื้อข้าวไปกินกันที่บ้าน เป็นอาหารตามสั่งที่เพื่อนนูนู่บอกว่าอร่อยสุดๆเลยร้านนี้ แต่ฉันแอบอยู่ในรถกะเพื่อนโม แล้วก็ร้องไห้ใหญ่เลย พอที่เหลือกลับมา ฉันก็ต้องทำเป็นนิ่ง เรากลับมาถึงบ้านกัน ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อน แล้วแอบร้องไห้ในห้องน้ำ พอออกมาฉันโทรหาแม่กับพี่สาว บอกพวกเค้าว่า ฉันอยากตาย อยู่ไม่ไหวแล้ว อโหสิให้ด้วยนะ เพื่อนโมเข้ามาเห็น เพื่อนลูบหัวฉันใหญ่เลย แล้วบอกว่า "เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ แล้วแกจะผ่านมันไปได้นะ"
เพื่อนๆ หาข้าวให้ฉันกิน แล้วพยายามทำทุกอย่างให้ฉันร่าเริงขึ้น ทั้งร้องคาราโอเกะ ชวนเล่นไพ่ เล่าถึงตรงนี้ต้องบอกว่าคุณแม่พี่จั๊มน่ารักมากๆค่ะ พวกท่านพาเพื่อนไปนอนที่บ้านด้วยเหมือนกัน 5-6 คน พวกท่านตั้งชื่อกลุ่มว่า ส.ว. (ย่อมาจากสาวสูงวัย) มีรูปถ่ายกับวิดิโอมาอวดพวกเราด้วย พร้อมร้องเพลงแข่งกันโต้รุ่งเลย
การเล่นไพ่คราวนี้ ฉันเก่งขึ้นแล้วนะคะ ชนะ ได้เป็นคิงตลอดเลยด้วยค่ะ (จากที่คราวกระบี่กินน้ำจนตัวบวม)
การนอนคืนนั้น ทรมานมากๆ เนื่องจากยานอนหลับที่จิตแพทย์ให้มาฉันทานหมดแล้ว ฉันจึงฝันร้าย ถึงลูก ถึงวันที่ลูกไม่อยู่ ตื่นขึ้นมา ฉันร้องไห้ พี่จั๊มคงเห็น เดินเข้ามาดูฉันแล้วพูดว่า "เมื่อไหร่จะหยุดร้อง พอได้แล้วนะ เราลงไปกินข้าวกันมั๊ย" ฉันรักเพื่อนๆมากค่ะ มารู้ทีหลังว่าคืนนั้นพี่จั๊มแอบมาห่มผ้าให้ด้วย ยิ่งรู้สึกว่าเพื่อนๆนั้นแสนดี แต่ฉันก็ยังเศร้า โทรไปหาพี่สาว แล้วบอกว่า คงต้องไปพบจิตแพทย์ระยะยาวแล้วฉัน เพราะอาการไม่ดีขิ้นเลย
วันนั้นเพื่อนๆพาฉันไปไหว้พระที่ดอยสุเทพ จนถึง 4 โมงเย็น แล้วพวกเราก็แวะไปกินข้าวซอยขึ้นชื่อ ที่ร้านลำดวนฟ้าฮ่าม อร่อยมากมายค่ะ ร้านสวยมากๆ วันนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว หลังจากที่ได้ไปทำบุญมา แล้วเราก็ไปเที่ยงเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีกันค่ะ ค่าเข้าชมคนละ 250 บาท เพิ่งรู้ว่าลูกจิงโจ้เรียกว่าโจอี้ค่ะ น่ารักมากๆ ที่ประทับใจคือ หมูป่าแม่น้ำแดง เพราะไกด์เล่าว่า เวลามีภัยมันจะแกล้งตายค่ะ
กลับถึงบ้านดึกแล้ว เราเลยรีบนอนกัน วันรุ่งขึ้นตื่นมา 10 โมง เราก็รีบเดินทางกลับ ขากลับไม่ลืมแวะซื้อของฝากมาฝากเพื่อนๆด้วยค่ะ ก็แค๊ปหมูของโปรดงัยคะ
เรามาแวะกินข้าวเย็นกันที่นครสวรรค์ตอน 2 ทุ่ม เป็นร้านริมแม่น้ำที่นั่งกินบนเสื่อ อร่อยมากมายค่ะ
ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ตอน ตีหนึ่งค่ะ
ทริปนี้โดยรวมสนุกนะคะ ถ้าฉันไม่เอาแต่คิดถึงลูกตลอดเวลา แล้วก็แอบร้องไห้ ไม่ให้เพื่อนๆเห็น
เฮ้อ!