2008/May/03

ทำไมการฆ่าตัวตายจึงบาป...

มีคนบอกไว้ว่า บาปที่ทำแล้วต้องลงโลกันต์มีอยู่ 2 ประเภท

1.คือฆ่าพ่อแม่

2.คือฆ่าตัวตาย

ทำไมการฆ่าตัวตายจึงบาป นั่นเป็นเพราะว่าเราได้ร่างกายและวิญญาณส่วนหนึ่งมาจากพ่อแม่ ดังนั้น การฆ่าตัวตายจึงเท่ากับการฆ่าพ่อแม่นั่นเอง

ฉันเฝ้าสงสัยตลอดมาว่า งั้นถ้าฆ่าตัวตายโดยที่พ่อแม่อนุญาติล่ะ จะยังบาปอยู่มั๊ย

ตอนนี้ฉันอยากให้พ่อแม่และคนรอบข้างอนุญาติใหฉันตายจังเลย

ทุกคนคงไม่รู้ ว่าฉันรู้สึกแย่ขนาดไหน

เรื่องลูกที่วนเวียนเข้ามาทุกครั้งที่ฉันว่างเกินไป ไม่จางหายไป ไม่ว่าเมื่อไร

เป็นบาดแผลลึกในใจ ที่ชาตินี้คงไม่มีวันจางหาย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

ไม่มีใครช่วยฉันได้ และฉันก็ไม่สามารถช่วยตัวเองได้

ถ้าจะมีอะไร ทำให้พ้นทุกข์ นั่นคงเป็นความตายแล้วล่ะ

ฉันไม่รู้ว่าชาติหน้ามีจริงหรือเปล่า หรือนรกมีจริงหรือปล่าว

ในเมื่อไม่รู้ ทำไมต้องกลัวบาปด้วย

ฉันคงถูกครอบงำให้รู้สึกอยากฆ่าตัวตายตลอดเวลา

และฉันก็นึกวิธีที่จะทำให้ตายแน่นอนได้แล้วด้วย

มีหมอดูบอกไว้ว่า ถ้าไม่รีบแก้ไข ฉันจะฆ่าตัวตายสำเร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้

ฉันเริ่มเกิดความรู้สึกอยากท้าทายซะแล้ว

รอให้ถึงสิงหา ฉันอาจจะพ้นทุกข์เสียที

2008/Apr/17

สงกรานต์ปีนี้ น่าจะเป็นปีที่ดีกว่าปีก่อนๆมาก เพราะว่า ฉันได้ไปเที่ยวด้วย ซึ่งทุกๆปีฉันจะนอนอยู่ที่บ้าน

ปีนี้ฉันได้ไปกาญจนบุรี และ เชียงใหม่ กับค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 บาท

เราเดินทางกัน 5 คน พร้อมพาหนะคู่ใจ ป้าวิกกี้ (อีกแล้ว) ความจริงอยากเอาคุณพี่อิสเบลโล่ไป ถ้าไม่ติดว่า คุณแม่ขอยืม

5 คนของเรา มีฉัน คุณเพื่อนโมโม่ คุณพี่จั๊มปิ้ง คุณเพื่อนนูนู่(ไบ) และแฟนคุณเพื่อนคนใหม่ล่าสุดของแก๊งตูนนี่

การไปเป็นคู่ๆ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินและแปลกแยก การเดินทางไปกาญฯวันแรก ฉันยังตื่นเต้นอยู่ แต่พอตื่นขึ้นมาเช้าวันที่ 12 ฉันเผอิญไปเจอรายการเลี้ยงลูกเข้า ทำให้ฉันเศร้าซึมตลอด 2 วันที่เหลือ บ่ายวันนั้นเราไปเที่ยวน้ำตกไทรโยคน้อย และ ไทรโยคใหญ่มา ฉันยิ้ม พยายามร่าเริง แต่ในใจวนเวียนถึงลูก ฉันรู้สึกเสมอว่าฉันไม่ควรมีความสุขแบบนี้ เพราะลูกฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่ แต่ฉันเศร้ามากไม่ได้ เพราะกลัวเพื่อนๆหมดสนุก

พอวันที่ 13 เรามาถึงเชียงใหม่กันตอน 4 โมงเย็น หลังจากเอาสัมภาระไปไว้ที่บ้านคุณพี่จั๊มปิ้งแล้ว (บ้านใหญ่มากมาย แถมสวยสุดๆ เป็นบ้านที่มีโทรทัศน์มากที่สุดตั้งแต่ฉันเคยไปมา คือมีในห้องนอนทุกห้อง มีประมาณ 8 ห้อง เยอะมั๊ยคะ) เราก็ตรงดิ่งไปเล่นน้ำที่คูเมืองทันที เพราะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า หนุ่ม ม.ช. หล่อ มั่กมาก

เป็นจริงดังว่าค่ะ เราไปทันเวลาขบวนแห่พอดี สวยงามมาก และหนุ่มหล่อ สาวสวยมากๆ แถมเล่นกันน่ารักที่สุด เชียงใหม่น่ารักที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเห็นมาค่ะ ทุกคนถือถังเล็กๆคนละใบ ในถังจะมีขันน้อยอยู่ แล้วทุกคนก็จะตักน้ำขึ้นมาราดเราที่บ่า พร้อมพูดว่า "สวัสดี ปี๋ใหม่เจ้า" น่ารักที่สุดค่ะ มีคนเล่นแรงหน่อยก็น้ำเย็น แต่ไม่มีการลวนลามเลยค่ะ ชอบจริงๆ ฉันกับเพื่อนโมเปียกกันอยู่ 2 คนค่ะ เพื่อนๆที่เหลืออีก 3 ไม่ค่อยเปียก เพราะว่า เดินตามหลังเรา แล้วคนราดเค้าตักน้ำราดไม่ทัน อีก 3 คนที่เหลือตีปีกใหญ่เลย

ฉันกับเพื่อนโมอยากเห็นคูเมืองมากมาก ว่าเค้าเล่นกันยังไง พอไปถึงคูเมือง โอ้ น้ำสกปรกมากค่ะ คงเพราะมีคนลงไปแหวกว่าย ฉันกับเพื่อนโมรีบกลับตัววิ่งออกมา แต่ไม่ทัน มีหนุ่มๆแถวนั้นแอบเห็นเราหนี เลยวิ่งตามมา ถามว่า "จาหนีปายหนาย" พร้อมกับเอาน้ำคูเมืองสาดเราโครมเบ้อเร่อ ผลหรอคะ? สิวสิคะ สิวขึ้นหน้าเราค่ะ อีก 3 คนที่เหลือ หัวเราะกันยกใหญ่ ฮึ่ม!!! 

เราเล่นน้ำเสร็จตอนเกือบ 1 ทุ่ม อาการจิตหลอนของฉันก็กำเริบอีก แต่พยายามนิ่งไว้ เราซื้อข้าวไปกินกันที่บ้าน เป็นอาหารตามสั่งที่เพื่อนนูนู่บอกว่าอร่อยสุดๆเลยร้านนี้ แต่ฉันแอบอยู่ในรถกะเพื่อนโม แล้วก็ร้องไห้ใหญ่เลย พอที่เหลือกลับมา ฉันก็ต้องทำเป็นนิ่ง เรากลับมาถึงบ้านกัน ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อน แล้วแอบร้องไห้ในห้องน้ำ พอออกมาฉันโทรหาแม่กับพี่สาว บอกพวกเค้าว่า ฉันอยากตาย อยู่ไม่ไหวแล้ว อโหสิให้ด้วยนะ เพื่อนโมเข้ามาเห็น เพื่อนลูบหัวฉันใหญ่เลย แล้วบอกว่า "เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ แล้วแกจะผ่านมันไปได้นะ"

เพื่อนๆ หาข้าวให้ฉันกิน แล้วพยายามทำทุกอย่างให้ฉันร่าเริงขึ้น ทั้งร้องคาราโอเกะ ชวนเล่นไพ่ เล่าถึงตรงนี้ต้องบอกว่าคุณแม่พี่จั๊มน่ารักมากๆค่ะ พวกท่านพาเพื่อนไปนอนที่บ้านด้วยเหมือนกัน 5-6 คน พวกท่านตั้งชื่อกลุ่มว่า ส.ว. (ย่อมาจากสาวสูงวัย) มีรูปถ่ายกับวิดิโอมาอวดพวกเราด้วย พร้อมร้องเพลงแข่งกันโต้รุ่งเลย

การเล่นไพ่คราวนี้ ฉันเก่งขึ้นแล้วนะคะ ชนะ ได้เป็นคิงตลอดเลยด้วยค่ะ (จากที่คราวกระบี่กินน้ำจนตัวบวม)

การนอนคืนนั้น ทรมานมากๆ เนื่องจากยานอนหลับที่จิตแพทย์ให้มาฉันทานหมดแล้ว ฉันจึงฝันร้าย ถึงลูก ถึงวันที่ลูกไม่อยู่ ตื่นขึ้นมา ฉันร้องไห้ พี่จั๊มคงเห็น เดินเข้ามาดูฉันแล้วพูดว่า "เมื่อไหร่จะหยุดร้อง พอได้แล้วนะ เราลงไปกินข้าวกันมั๊ย" ฉันรักเพื่อนๆมากค่ะ มารู้ทีหลังว่าคืนนั้นพี่จั๊มแอบมาห่มผ้าให้ด้วย ยิ่งรู้สึกว่าเพื่อนๆนั้นแสนดี แต่ฉันก็ยังเศร้า โทรไปหาพี่สาว แล้วบอกว่า คงต้องไปพบจิตแพทย์ระยะยาวแล้วฉัน เพราะอาการไม่ดีขิ้นเลย

วันนั้นเพื่อนๆพาฉันไปไหว้พระที่ดอยสุเทพ จนถึง 4 โมงเย็น แล้วพวกเราก็แวะไปกินข้าวซอยขึ้นชื่อ ที่ร้านลำดวนฟ้าฮ่าม อร่อยมากมายค่ะ ร้านสวยมากๆ วันนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว หลังจากที่ได้ไปทำบุญมา แล้วเราก็ไปเที่ยงเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีกันค่ะ ค่าเข้าชมคนละ 250 บาท เพิ่งรู้ว่าลูกจิงโจ้เรียกว่าโจอี้ค่ะ น่ารักมากๆ ที่ประทับใจคือ หมูป่าแม่น้ำแดง เพราะไกด์เล่าว่า เวลามีภัยมันจะแกล้งตายค่ะ

กลับถึงบ้านดึกแล้ว เราเลยรีบนอนกัน วันรุ่งขึ้นตื่นมา 10 โมง เราก็รีบเดินทางกลับ ขากลับไม่ลืมแวะซื้อของฝากมาฝากเพื่อนๆด้วยค่ะ ก็แค๊ปหมูของโปรดงัยคะ

เรามาแวะกินข้าวเย็นกันที่นครสวรรค์ตอน 2 ทุ่ม เป็นร้านริมแม่น้ำที่นั่งกินบนเสื่อ อร่อยมากมายค่ะ

ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ตอน ตีหนึ่งค่ะ

ทริปนี้โดยรวมสนุกนะคะ ถ้าฉันไม่เอาแต่คิดถึงลูกตลอดเวลา แล้วก็แอบร้องไห้ ไม่ให้เพื่อนๆเห็น

เฮ้อ!

2008/Apr/05

เคยมีคนบอกไว้ว่า ตราบใดที่มีความหวังชีวิตจะมีพลัง

วันนี้ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมหยดน้ำตาใสๆ ทันทีที่ลืมตาและระลึกว่าตัวเองเป็นใคร ความเศร้าก็เข้ามาเยือนทันที ฉันนอนร้องไห้ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 8 โมงเช้า...

มีเพื่อนสมัยมัธยมปลายโทรมาหาฉัน ซึ่งฉันหลีกเลี่ยงการรับโทรศัพท์ตลอดเวลา ในที่สุดฉันก็กดรับ ทันทีที่เพื่อนได้ยินเสียงฉัน เพื่อนก็ซักถามเป็นการใหญ่ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของฉัน

ฉันไม่มีใครแล้วจริงๆ คำพูดมากมายพรั่งพรูออกมาจากปากฉัน... เพื่อนรับฟังเรื่องของฉันเงียบๆ เมื่อฉันเล่าจบ คำแรกที่เพื่อนพูดขึ้นมาก็คือ...เราเสียใจจริงๆที่โทรมาช้าไป ถ้าเราโทรมาเร็วกว่านี้ หลานของเราคงยังมีชีวิตอยู่ ทำไมเพื่อนถึงไม่โทรหาเรา เราสามารถให้ที่อยู่เพื่อนได้นะ ทำไมเพื่อนถึงไม่นึกถึงเรา เราขอโทษจริงๆ...

แค่นี้แหละค่ะ ที่ฉันต้องการ ฉันต้องการใครซักคน ที่จะมีเวลามานั่งอยู่ข้างๆฉัน คอยปลอบฉัน ว่าไม่เป็นไร และเป็นคนที่อยากให้ลูกของฉันเกิดมาบนโลก คนที่จะเข้าใจจริงๆ ว่าชีวิตน้อยๆที่จากไป มีความสำคัญมากเพียงไรสำหรับฉัน..

เพื่อนพาฉันไปหาจิตแพทย์ พาฉันไปทำบุญโลงศพที่วัดหัวลำโพง พาฉันไปไหว้พระสะเดาะเคราะห์ที่วัดมังกรกมลาวาส...

เพื่อนบอกฉันว่า ตราบใดที่ฉันยังมีหวัง พวกเราก็สามารถทำให้ลูกจ๋ากลับมาเกิดกับฉันใหม่ได้ ให้หมั่นทำบุญไปให้ลูก คอยอธิษฐานเสมอขอให้ลูกมีบุญมากพอ หรือฉันมีบุญร่วมกับลูกมากพอที่เราจะได้เกิดมาอุปถัมภ์กันอีก

ก่อนจากกัน เพื่อนกล่าวลา พร้อมคำมั่นสัญญา ว่าสงกรานต์นี้ ฉันไม่ต้องอยู่คนเดียวแน่นอน...

เพื่อนบอกว่า สมัยนี้อยากมีลูกอีกไม่ยากเลย ไม่ต้องพึ่งผู้ชายด้วย ถ้าเรามั่นใจว่าเลี้ยงคนเดียวได้จริงๆ เราก็ไปทำกิ๊ฟก็ได้ มีคัดเชื้อ เลือกเพศได้ด้วยนะ แล้วฉันก็อาจได้ลูกจ๋ากลับมาอีกครั้ง ขอให้ฉันสะสมเงินให้มากพอ เพื่อเลี้ยงลูกจ๋าให้สุขสบาย...

ฉันรู้ว่ามันเป็นฝันลมๆแล้งๆ แต่จะเป็นไรไป หากทำให้ฉัน สามารถลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง

การสูญเสียลูกข้าวกล้อง และพ่อเก้าไป ทำให้ฉันอดทนยืนอยู่บนโลกแทบไม่ได้

อยากได้กำลังใจ แม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี...

มีเพลงมาฝากกันค่ะ เป็นเพลงใหม่ของทาทา ยัง ที่ฉันชอบมากๆเลยค่ะ 

และก่อนนอนคืนนี้ ฉันขอตั้งความหวังว่า พรุ่งนี้คงไม่ตื่นขึ้นมาร้องไห้อีก...

 

 

edit @ 6 Apr 2008 00:35:36 by ๑~* D-a-O *~๑



Princess Of Lonely Land
View full profile